กรดไฮโดรคลอริก (Hydrochloric Acid: HCl) หรือที่มักเรียกกันว่า “กรดเกลือ” เป็นสารเคมีที่ถูกนำมาใช้งานในอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท เช่น การปรับค่า pH ในระบบบำบัดน้ำ การผลิตสารเคมี การทำความสะอาดผิวโลหะ การกัดผิวโลหะ และกระบวนการผลิตต่าง ๆ
แม้กรดไฮโดรคลอริกจะเป็นสารเคมีที่พบได้ทั่วไปในโรงงาน แต่การสูบจ่ายสารชนิดนี้จำเป็นต้องเลือกอุปกรณ์ให้เหมาะสม เนื่องจาก HCl มีคุณสมบัติกัดกร่อนและสามารถทำปฏิกิริยากับวัสดุบางชนิดได้
ดังนั้น การเลือก ปั๊มสำหรับกรดไฮโดรคลอริก จึงไม่ควรพิจารณาเพียงว่า “ปั๊มทนกรด” หรือไม่ แต่ต้องพิจารณาทั้งความเข้มข้น อุณหภูมิ อัตราการไหล แรงดัน และวัสดุของชิ้นส่วนที่สัมผัสกับสารเคมี
ทำไมต้องเลือกปั๊มให้เหมาะกับกรดไฮโดรคลอริก?
กรดไฮโดรคลอริกมีความสามารถในการกัดกร่อนวัสดุหลายประเภท โดยระดับความรุนแรงจะแตกต่างกันตาม ความเข้มข้น อุณหภูมิ และสภาพแวดล้อมในการใช้งาน
ตัวอย่างเช่น TACMINA ระบุในตาราง Chemical Resistance ว่าวัสดุของ Liquid End แต่ละประเภทมีขีดจำกัดในการใช้งานกับ Hydrochloric Acid แตกต่างกัน โดยบางวัสดุรองรับ HCl ได้ถึง 20% ขณะที่บางวัสดุรองรับได้ถึง 38% ภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด
ข้อมูลนี้สะท้อนให้เห็นว่า การเลือกวัสดุของปั๊มต้องพิจารณาจากความเข้มข้นของ HCl จริง ไม่ควรเลือกจากชื่อสารเคมีเพียงอย่างเดียว
3 ปัจจัยสำคัญในการเลือกปั๊มสำหรับกรดไฮโดรคลอริก

1. ความเข้มข้นของกรด HCl
สิ่งแรกที่ต้องทราบก่อนเลือกปั๊มคือ กรดไฮโดรคลอริกมีความเข้มข้นกี่เปอร์เซ็นต์ HCl 5%, 10%, 20% หรือความเข้มข้นสูงกว่านั้น อาจมีข้อกำหนดในการเลือกวัสดุแตกต่างกัน ดังนั้นควรแจ้งความเข้มข้นให้ผู้จำหน่ายทราบอย่างชัดเจน
ตัวอย่างเช่น ระบบ TACMINA PTS Chemical Injection ของ C.M.P. ระบุข้อมูลการเลือกวัสดุสำหรับ Hydrochloric Acid ความเข้มข้น 20% ที่อุณหภูมิไม่เกิน 40°C โดยแนะนำประเภทปั๊มวัสดุ VTCF
ดังนั้น หากต้องการเลือก ปั๊มสำหรับกรดไฮโดรคลอริก ควรเริ่มต้นจากข้อมูลความเข้มข้นของสารเคมีก่อนเสมอ 2. อุณหภูมิของกรด
อุณหภูมิเป็นอีกปัจจัยที่มีผลต่อ Chemical Compatibility ของวัสดุ แม้ปั๊มจะสามารถใช้กับ HCl ที่ความเข้มข้นหนึ่งได้ แต่เมื่ออุณหภูมิสูงขึ้น ความสามารถในการทนสารเคมีของวัสดุอาจเปลี่ยนแปลง ดังนั้นควรระบุทั้ง ความเข้มข้นและอุณหภูมิขณะใช้งานจริง
ข้อมูลของ TACMINA เองก็ระบุว่าความต้านทานการกัดกร่อนของวัสดุได้รับอิทธิพลจากอุณหภูมิ ความเข้มข้น รังสี UV และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ และค่าจากตารางไม่ควรถูกนำไปใช้เป็นการรับประกันความปลอดภัยแบบครอบคลุมทุกสภาวะ 3. วัสดุของส่วนที่สัมผัสกับสารเคมี
Wetted Parts หรือชิ้นส่วนที่สัมผัสกับกรดโดยตรง เป็นส่วนที่ต้องให้ความสำคัญอย่างมาก
วัสดุที่ใช้ในปั๊มเคมีอาจแตกต่างกัน เช่น PVC, PP, PVDF, PTFE หรือวัสดุประเภทอื่น ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับรุ่นและการออกแบบของปั๊ม
ตัวอย่างเช่น TACMINA มีการกำหนดวัสดุ Liquid End แตกต่างกันตามชนิดและความเข้มข้นของสารเคมี ขณะที่ JESSBERGER มี Pump Tube หลายวัสดุสำหรับการสูบสารเคมี โดยเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุการใช้งานกับ Hydrochloric Acid รวมอยู่ในรายการของของเหลวที่สามารถสูบได้ตามข้อกำหนดของวัสดุและรุ่น
ดังนั้น ไม่ควรเลือกจากคำว่า “พลาสติกทนกรด” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องตรวจสอบ Chemical Compatibility ของวัสดุแต่ละส่วน ก่อนใช้งานจริง
เลือกประเภทปั๊มสำหรับกรดไฮโดรคลอริกแบบไหนดี?
Metering Pump สำหรับงานจ่าย HCl หากต้องการเติมกรดไฮโดรคลอริกเข้าสู่ระบบในปริมาณที่ควบคุม เช่น การปรับค่า pH ของน้ำหรือกระบวนการผลิต Metering Pump หรือ Dosing Pump เป็นประเภทที่น่าสนใจ
จุดเด่นคือสามารถควบคุมอัตราการจ่ายสารเคมีให้เหมาะสมกับกระบวนการ ช่วยลดปัญหาการเติมกรดมากหรือน้อยเกินไป
สำหรับระบบที่ต้องควบคุมการจ่ายสารอย่างต่อเนื่อง สามารถเลือกปั๊มที่รองรับการควบคุมด้วยสัญญาณภายนอก เช่น Pulse หรือ Analog Signal ตามความต้องการของระบบ โดย TACMINA มีฟังก์ชันควบคุมและสัญญาณสำหรับงาน Dosing หลายรูปแบบ ปั๊มสำหรับกรดไฮโดรคลอริกในระบบบำบัดน้ำ
หนึ่งในงานที่พบการใช้ HCl คือ ระบบบำบัดน้ำและระบบปรับสภาพน้ำ ในกระบวนการบำบัดน้ำ หากน้ำมีค่า pH สูงเกินไป สามารถใช้กรดเพื่อช่วยปรับค่า pH ให้เข้าสู่ช่วงที่เหมาะสม โดยกรดที่นิยมใช้ในงานประเภทนี้ ได้แก่ กรดซัลฟิวริกและกรดไฮโดรคลอริก
การจ่าย HCl จึงจำเป็นต้องควบคุมปริมาณอย่างเหมาะสม เพราะการเติมมากเกินไปอาจทำให้ค่า pH เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่การเติมน้อยเกินไปอาจทำให้ระบบไม่สามารถควบคุมค่า pH ได้ตามเป้าหมาย
ดังนั้น การเลือก ปั๊มสำหรับกรดไฮโดรคลอริก ที่สามารถควบคุมอัตราการจ่ายได้ จึงมีความสำคัญต่อเสถียรภาพของกระบวนการ
นอกจากปั๊ม ต้องเลือกอุปกรณ์อะไรให้เหมาะกับ HCl?
การออกแบบระบบ HCl ไม่ควรพิจารณาเฉพาะปั๊มเท่านั้น แต่ควรตรวจสอบอุปกรณ์ที่สัมผัสกับสารเคมีทั้งหมด เช่น - ท่อ
- วาล์ว
- ข้อต่อ
- Strainer
- Flowmeter
- Check Valve
- ซีลและ O-Ring
- ถังเก็บสารเคมี
หากเลือกปั๊มที่ทน HCl ได้ แต่ใช้วาล์วหรือซีลที่ไม่เหมาะสม ก็ยังมีความเสี่ยงต่อการรั่วซึมและความเสียหายของระบบได้
อัตราการไหลและแรงดันก็สำคัญไม่แพ้วัสดุ
นอกจาก Chemical Compatibility แล้ว ต้องกำหนด Flow Rate และ Pressure ของระบบให้ชัดเจน
ตัวอย่างเช่น หากต้องการจ่าย HCl 10 ลิตรต่อชั่วโมงที่แรงดัน 3 bar ปั๊มที่เลือกต้องสามารถทำงานได้ภายใต้เงื่อนไขดังกล่าวอย่างเหมาะสม
ข้อมูลที่ควรเตรียมก่อนเลือกปั๊ม ได้แก่ - ชนิดของสารเคมี – Hydrochloric Acid (HCl)
- ความเข้มข้น – เช่น 10%, 20% หรืออื่น ๆ
- อุณหภูมิของสาร
- อัตราการไหลที่ต้องการ
- แรงดันหรือ Head
- ระยะดูดและระยะส่ง
- ขนาดท่อ
- ลักษณะการทำงาน – ต่อเนื่องหรือเป็นช่วง
- วัสดุของอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญสามารถเลือกปั๊มและวัสดุได้ตรงกับการใช้งานจริงมากขึ้น ความปลอดภัยในการใช้ปั๊มกับกรดไฮโดรคลอริก
เนื่องจาก HCl เป็นสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อน การออกแบบระบบควรให้ความสำคัญกับการป้องกันการรั่วไหลและการสัมผัสสารเคมีของผู้ปฏิบัติงาน
ควรมีมาตรการที่เหมาะสม เช่น ตรวจสอบจุดเชื่อมต่อเป็นประจำ จัดให้มีพื้นที่รองรับกรณีสารเคมีหกรั่วไหล และใช้อุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคลตามข้อกำหนดด้านความปลอดภัยของสถานประกอบการ
นอกจากนี้ หากเป็นระบบจ่ายสารเคมีอัตโนมัติ ควรพิจารณาอุปกรณ์ตรวจวัดระดับในถังและระบบแจ้งเตือน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงจากการเดินปั๊มโดยไม่มีสารเคมี ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับงานกรดไฮโดรคลอริก
ระบบ Chemical Injection ที่ CMP จำหน่าย มีถัง PE และมีข้อมูลวัสดุที่แนะนำสำหรับ Hydrochloric Acid 20% โดยระบุ VTCF สำหรับตัวปั๊ม ภายใต้เงื่อนไขอุณหภูมิไม่เกิน 40°C
เหมาะสำหรับนำไปพิจารณาในงานที่ต้องการระบบจ่ายสารเคมีแบบเป็นชุด
JESSBERGER มี Pump Tube หลายวัสดุสำหรับการสูบของเหลวและสารเคมี โดยเอกสารผลิตภัณฑ์ระบุ Hydrochloric Acid เป็นหนึ่งในของเหลวที่สามารถใช้งานได้ตามวัสดุและเงื่อนไขที่กำหนด
เหมาะกับงานสูบหรือถ่ายสารเคมีจาก Drum และ Container สรุป
การเลือก ปั๊มสำหรับกรดไฮโดรคลอริก ต้องพิจารณามากกว่าความสามารถในการ “ทนกรด” โดยควรดูทั้ง ความเข้มข้นของ HCl อุณหภูมิ วัสดุของ Wetted Parts อัตราการไหล แรงดัน และรูปแบบการใช้งาน
สำหรับงานปรับค่า pH หรือจ่ายสารเคมีในระบบบำบัดน้ำ Metering Pump/Dosing Pump เป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา เพราะสามารถควบคุมปริมาณสารเคมีที่จ่ายเข้าสู่ระบบได้ ขณะที่งานถ่ายสารจาก Drum หรือ Container อาจพิจารณา Drum Pump ที่มีวัสดุเหมาะสมกับ HCl
ที่สำคัญคือ ไม่ควรเหมารวมว่าปั๊มรุ่นเดียวสามารถใช้กับ HCl ได้ทุกความเข้มข้นและทุกอุณหภูมิ ควรตรวจสอบ Chemical Compatibility จากผู้ผลิตและให้ข้อมูลการใช้งานจริงก่อนเลือกอุปกรณ์ทุกครั้ง
