โรงงานใช้น้ำมาก ลดต้นทุนได้อย่างไร? แนวทาง Reuse & Recycle น้ำจากระบบบำบัด

โรงงานใช้น้ำมาก ลดต้นทุนได้อย่างไร? แนวทาง Reuse & Recycle น้ำจากระบบบำบัด

สำหรับโรงงานอุตสาหกรรม “น้ำ” เป็นหนึ่งในทรัพยากรสำคัญที่เกี่ยวข้องกับหลายกระบวนการ ตั้งแต่การผลิต การล้างทำความสะอาด การหล่อเย็น ไปจนถึงระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ เมื่อโรงงานมีการใช้น้ำในปริมาณมาก ค่าใช้น้ำและค่าใช้จ่ายในการจัดการน้ำเสียก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย

หนึ่งในแนวทางที่โรงงานสามารถนำมาพิจารณาเพื่อ ลดการใช้น้ำและควบคุมต้นทุน คือการนำแนวคิด Reuse & Recycle น้ำ มาใช้ โดยนำน้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดแล้วกลับมาใช้ประโยชน์ในงานที่เหมาะสม แทนการใช้น้ำใหม่ทั้งหมด

Reuse & Recycle น้ำ คืออะไร?

Water Reuse คือ การนำน้ำที่ผ่านการใช้งานและผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ โดยไม่จำเป็นต้องนำกลับไปใช้ในกระบวนการเดิมเสมอไป เช่น นำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วไปใช้สำหรับล้างพื้น รดน้ำ หรือระบบหล่อเย็น ทั้งนี้ต้องพิจารณาคุณภาพน้ำให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์การใช้งาน
ส่วน Water Recycle เป็นแนวคิดที่เน้นการนำน้ำกลับเข้าสู่กระบวนการเพื่อใช้ซ้ำ โดยอาจมีขั้นตอนการบำบัดเพิ่มเติมเพื่อควบคุมคุณภาพน้ำให้เหมาะกับกระบวนการผลิต

ทั้งสองแนวทางมีเป้าหมายสำคัญคือ ลดการใช้น้ำใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากรน้ำภายในโรงงาน


โรงงานใช้น้ำมาก ทำไมการ Reuse น้ำจึงช่วยลดต้นทุน?

เมื่อโรงงานนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับมาใช้ใหม่ ปริมาณน้ำใหม่ที่ต้องซื้อหรือสูบเข้าระบบก็สามารถลดลงได้ นอกจากนี้ยังช่วยลดปริมาณน้ำที่ต้องจัดการในระบบบำบัดในบางส่วน

ตัวอย่างเช่น หากโรงงานมีน้ำที่ผ่านระบบบำบัดแล้วและมีคุณภาพเหมาะสมสำหรับการล้างพื้นหรือใช้ในระบบ Cooling Tower โรงงานอาจเลือกนำน้ำส่วนนี้กลับมาใช้แทนน้ำประปา

ผลที่ได้จึงไม่ได้มีเพียงการลดค่าน้ำ แต่ยังช่วยให้โรงงานใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น



แนวทาง Reuse & Recycle น้ำจากระบบบำบัด

การนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ไม่จำเป็นต้องเริ่มจากระบบขนาดใหญ่เสมอไป โรงงานสามารถเริ่มจากการสำรวจ “น้ำใช้แล้ว” และ “จุดที่สามารถนำน้ำกลับมาใช้ได้” ก่อน

1. สำรวจปริมาณและคุณภาพน้ำในโรงงาน

ขั้นแรกควรทำ Water Balance เพื่อดูว่าโรงงานใช้น้ำตรงไหนบ้าง ใช้ปริมาณเท่าไร และมีน้ำเสียออกจากกระบวนการเท่าไร

จากนั้นจึงตรวจสอบคุณภาพน้ำ เช่น ความขุ่น สารแขวนลอย ค่า COD, BOD, TDS หรือพารามิเตอร์อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินว่าน้ำหลังบำบัดสามารถนำไปใช้กับงานใดได้บ้าง

การวิเคราะห์คุณภาพน้ำเป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วอาจเหมาะกับการใช้งานบางประเภท แต่ไม่จำเป็นต้องเหมาะกับทุกกระบวนการ

2. เลือกจุดใช้น้ำที่เหมาะสมสำหรับ Reuse

ไม่จำเป็นต้องนำน้ำที่ผ่านการบำบัดแล้วกลับไปใช้ในกระบวนการผลิตที่ต้องการคุณภาพน้ำสูงเสมอไป

โรงงานอาจเริ่มจากงานที่มีข้อกำหนดด้านคุณภาพน้ำไม่สูงมาก เช่น
  • ล้างพื้นและล้างอุปกรณ์บางประเภท
  • รดน้ำพื้นที่สีเขียว
  • ใช้ในระบบ Cooling Tower
  • ใช้เป็นน้ำสำหรับงานสาธารณูปโภคบางประเภท
  • ใช้เป็นน้ำป้อนเข้าสู่กระบวนการบำบัดบางขั้นตอน
การเลือกจุดใช้งานที่เหมาะสมช่วยให้โรงงานสามารถลดการใช้น้ำใหม่ได้ โดยไม่จำเป็นต้องลงทุนกับระบบบำบัดที่ซับซ้อนเกินความต้องการ

3. เพิ่มระบบบำบัดให้เหมาะกับคุณภาพน้ำที่ต้องการ

หากน้ำหลังระบบบำบัดทั่วไปยังมีคุณภาพไม่เพียงพอสำหรับการนำกลับมาใช้ อาจต้องเพิ่มกระบวนการบำบัด เช่น ระบบกรอง UF, RO หรือเทคโนโลยีอื่นตามคุณภาพน้ำและวัตถุประสงค์ของการนำกลับมาใช้

ตัวอย่างเช่น UF Membrane สามารถใช้เป็นหนึ่งในกระบวนการกรองเพื่อแยกสารแขวนลอยและสิ่งปนเปื้อนบางประเภทออกจากน้ำ ขณะที่ RO สามารถใช้เมื่อจำเป็นต้องควบคุมสารละลายหรือ TDS ในระดับที่เข้มงวดขึ้น

สำหรับโรงงานที่ต้องการศึกษาระบบ UF สามารถดูรายละเอียด UNA 620A-DCA จาก ASAHI KASEI ซึ่งเป็น UF Membrane ที่ C.M.P. GROUP จัดจำหน่าย โดยรุ่นดังกล่าวมีพื้นที่เมมเบรน 99 m² และขนาดรูพรุน 0.1 μm

4. พิจารณาระบบ MBR สำหรับการบำบัดน้ำเสีย

อีกหนึ่งเทคโนโลยีที่สามารถนำมาพิจารณาในระบบบำบัดน้ำเสียคือ MBR (Membrane Bioreactor) ซึ่งเป็นการรวมกระบวนการ Activated Sludge เข้ากับระบบเมมเบรน เพื่อช่วยแยกของแข็งและของเหลว

ระบบ MBR สามารถให้คุณภาพน้ำที่ผ่านการบำบัดในระดับที่ดี และใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่าระบบ Activated Sludge แบบดั้งเดิมในบางการออกแบบ

C.M.P. GROUP มีผลิตภัณฑ์ MITSUBISHI STERAPORE® 5600 Series (PVDF) ซึ่งเป็น UF Membrane Bioreactor สำหรับงานบำบัดน้ำเสีย โดยผู้ใช้งานควรเลือกขนาดและรูปแบบระบบตามคุณภาพน้ำเสียและเงื่อนไขของหน้างาน



Reuse น้ำอย่างไรให้คุ้มค่า?

สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่การบำบัดน้ำให้สะอาดที่สุดเสมอไป แต่คือการ บำบัดให้เหมาะกับคุณภาพน้ำที่ต้องการใช้

หากนำระบบบำบัดที่มีต้นทุนสูงมาใช้กับงานที่ไม่จำเป็นต้องใช้น้ำคุณภาพสูง อาจทำให้ค่าไฟ ค่าบำรุงรักษา และค่าใช้จ่ายในการเดินระบบเพิ่มขึ้นจนไม่คุ้มกับปริมาณน้ำที่ประหยัดได้

ดังนั้น โรงงานควรวิเคราะห์ทั้ง ปริมาณน้ำ คุณภาพน้ำ จุดใช้งาน ต้นทุนระบบ และค่าใช้จ่ายในการเดินระบบ ก่อนลงทุน



จาก Wastewater สู่ Water Reuse ต้องวางระบบอย่างไร?

การทำ Reuse & Recycle น้ำ ที่มีประสิทธิภาพควรมองทั้งระบบ ตั้งแต่แหล่งกำเนิดน้ำเสีย ระบบรวบรวมน้ำเสีย กระบวนการบำบัด ไปจนถึงจุดนำน้ำกลับมาใช้

ในกรณีที่ต้องการนำน้ำกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตและต้องการควบคุมคุณภาพน้ำในระดับสูงขึ้น อาจพิจารณาใช้ RO Membrane เป็นหนึ่งในขั้นตอนการบำบัดเพิ่มเติม โดย C.M.P. GROUP มี TOYOBO Spiral-wound RO Element สำหรับงานน้ำอุตสาหกรรมและน้ำเสีย รวมถึงการประยุกต์ใช้ในกระบวนการ Wastewater Reuse

นอกจากนี้ หากโรงงานต้องการลดการปล่อยน้ำทิ้งให้ได้มากที่สุด ยังสามารถศึกษาต่อยอดแนวคิด Zero Liquid Discharge (ZLD) ซึ่งเป็นแนวทางที่นำเทคโนโลยี เช่น UF/RO และกระบวนการบำบัดขั้นสูงมาใช้เพื่อเพิ่มการนำน้ำกลับมาใช้ซ้ำ


สรุป

แนวทาง Reuse & Recycle น้ำ เป็นอีกหนึ่งวิธีที่โรงงานสามารถนำมาใช้เพื่อลดการใช้น้ำใหม่และควบคุมต้นทุน โดยเริ่มจากการวิเคราะห์ Water Balance ตรวจสอบคุณภาพน้ำ และกำหนดจุดใช้งานที่เหมาะสม ก่อนเลือกเทคโนโลยีบำบัดเพิ่มเติมตามความต้องการ

สำหรับโรงงานที่ต้องการเริ่มต้นทำ Water Reuse สิ่งสำคัญคือไม่ควรเลือกเทคโนโลยีจากตัวระบบเพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจาก คุณภาพน้ำที่มีอยู่และคุณภาพน้ำที่ต้องการ เพื่อให้ได้ระบบที่เหมาะสมกับกระบวนการและคุ้มค่ากับการลงทุนในระยะยาว

หากไม่แน่ใจว่าระบบบำบัดน้ำเดิมสามารถนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ได้หรือไม่ สามารถปรึกษา C.M.P. GROUP เพื่อวิเคราะห์ลักษณะการใช้น้ำและหาแนวทางที่เหมาะสมกับระบบของโรงงานได้




Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้