น้ำเสียจากแต่ละโรงงานอุตสาหกรรมมีระดับความสกปรกที่ไม่เท่ากัน โดยประเมินจากค่า BOD (สารอินทรีย์ที่ย่อยสลายได้ทางชีวภาพ) และ COD (สารอินทรีย์ทั้งหมด) การเลือก ปั๊มโดสสารเคมี (Chemical Dosing Pump) ที่เหมาะสม จึงเป็นหัวใจสำคัญในการจ่ายสารเคมี เช่น สารส้ม โพลีเมอร์ กรด หรือด่าง เพื่อให้กระบวนการทางเคมีและชีวภาพทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1. อุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม (ค่า BOD และ COD สูง)
น้ำเสียจากอุตสาหกรรมนี้มักมีสารอินทรีย์และไขมันสูง ต้องอาศัยสารเคมีช่วยสร้างฟล็อกและตกตะกอน (Coagulation) ปั๊มโดสสารเคมีที่ใช้ควรเป็น ชนิดไดอะแฟรม (Diaphragm Dosing Pump) ที่มีความแม่นยำสูง ทนทานต่อการทำงานหนัก และปรับตั้งอัตราการจ่ายสารเคมีได้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันปัญหาการจ่ายสารเคมีมากเกินความจำเป็น 2. อุตสาหกรรมเคมี ฟอกผ้าย้อมสี และอิเล็กทรอนิกส์ (ค่า COD สูง และมีกรด-ด่างเข้มข้น)
น้ำเสียกลุ่มนี้มักมีค่า pH ผันผวน และมีสารเคมีหรือโลหะหนักปนเปื้อน การปรับสภาพน้ำให้เป็นกลาง (Neutralization) และการตกตะกอนโลหะหนักจำเป็นต้องใช้ปั๊มโดสสารเคมีที่ทำจากวัสดุทนกรด-ด่างเข้มข้น เช่น PVDF, PTFE หรือ PP เพื่อจ่ายกรดกำมะถันหรือโซดาไฟได้อย่างปลอดภัยโดยไม่กัดกร่อนหัวปั๊ม 3. ปัจจัยสำคัญในการเลือกปั๊มโดสสารเคมีให้ตรงจุด
อัตราการไหลและแรงดัน: คำนวณปริมาณสารเคมีที่ต้องใช้จริงจากผลทดสอบ Jar Test ให้สัมพันธ์กับปริมาณน้ำเสียในระบบการควบคุมอัตโนมัติ: เลือกปั๊มที่รองรับการเชื่อมต่อกับเซนเซอร์วัดค่า pH หรือ ORP เพื่อปรับการจ่ายสารเคมีอัตโนมัติตามสภาพน้ำจริงความทนทานของวัสดุ: เลือกวัสดุชิ้นส่วนที่สัมผัสสารเคมีให้ทนต่อฤทธิ์กัดกร่อนของสารเคมีแต่ละชนิด เพื่อยืดอายุการใช้งานเครื่องจักร การเลือกปั๊มโดสสารเคมีที่เหมาะกับค่า BOD/COD และลักษณะน้ำเสีย ช่วยลดต้นทุนสารเคมีและเพิ่มความปลอดภัยในระบบบำบัด


