เคยสงสัยไหมว่า ทำไมการเทน้ำมันทำอาหาร ทอดปลา หรือน้ำซุปแกงเข้มข้นลงในอ่างล้างจาน ถึงเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ท่อน้ำทิ้งที่บ้านหรือร้านอาหารอุดตันจนน้ำเอ่อล้น? ทั้งๆ ที่ตอนเทลงไป น้ำมันก็ยังเป็นของเหลวไหลลื่นอยู่แท้ๆ
บทความนี้จะพาไปหาคำตอบอย่างย่อยง่าย พร้อมเปิดพิษภัยของ น้ำมันและไขมัน (Oil & Grease) ที่ส่งผลเสียต่อระบบบำบัดน้ำเสียมากกว่าที่คุณคิด และแนะนำวิธีดูแลถังดักไขมันอย่างถูกวิธีเพื่อไม่ให้ท่อพัง!
ทำไมเทน้ำมันลงท่อแล้วถึงเกิดท่ออุดตัน?
หลายคนเข้าใจผิดคิดว่า น้ำมันทอดอาหารเมื่อผสมกับน้ำยาล้างจานแล้วจะละลายหายไปกับน้ำ แต่ในความเป็นจริง น้ำมันและไขมัน (Fat, Oil and Grease) เป็นสารไฮโดรคาร์บอน ที่มีคุณสมบัติไม่ละลายน้ำ เมื่อเราเทน้ำมันลงท่อ น้ำมันจะลอยตัวอยู่เหนือน้ำและค่อยๆ คายความร้อนจนเย็นลง จากนั้นจะจับตัวแข็งเกาะเป็นคราบหนาตามผนังท่อระบายน้ำ คล้ายกับไขมันอุดตันในเส้นเลือด และเมื่อรวมตัวกับเศษอาหารหรือตะกอนอื่นๆ ก็จะกลายเป็น "ก้อนไขมันแข็ง" (Fatberg) ที่ปิดกั้นทางไหลของน้ำ ทำให้น้ำทิ้งไหลช้า เอ่อล้น และเกิดท่ออุดตันในที่สุด เปิดพิษภัยของ Oil & Grease ต่อระบบบำบัดน้ำเสียและสิ่งแวดล้อม
น้ำมันและไขมันไม่ได้สร้างปัญหาแค่เรื่องท่ออุดตันในบ้านเท่านั้น แต่เมื่อหลุดรอดออกสู่ระบบระบายน้ำและแหล่งน้ำธรรมชาติ ยังสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงอีกหลายด้าน1. ขัดขวางการทำงานของเครื่องจักรและระบบบำบัด
ในระบบบำบัดน้ำเสีย คราบไขมันจะเข้าไปเกาะติดโครงสร้าง ท่อส่ง และเครื่องจักร เช่น ปั๊มน้ำ หรือเครื่องเติมอากาศ ทำให้เครื่องทำงานหนัก เกิดการอุดตัน และทำให้ระบบบำบัดน้ำเสียมีประสิทธิภาพต่ำกว่าค่าที่ออกแบบไว้ 2. ทำลายระบบชีววิทยาและทำให้น้ำเน่าเสีย
ชั้นน้ำมันที่ลอยปิดหน้าผิวน้ำจะขัดขวางไม่ให้ออกซิเจนในอากาศละลายลงสู่น้ำ และปิดกั้นแสงแดด ทำให้พืชน้ำและแพลงก์ตอนพืชไม่สามารถสังเคราะห์แสงได้ เมื่อขาดออกซิเจน จุลินทรีย์ชนิดใช้ออกซิเจนจะตายลง ส่งผลให้แบคทีเรียย่อยสลายแบบไม่ใช้ออกซิเจนทำงานแทน จนเกิดก๊าซไข่เน่าและน้ำเน่าเสียตามมา 3. ผิดกฎหมายสิ่งแวดล้อมและมาตรฐานระบายน้ำทิ้ง
กฎหมายสิ่งแวดล้อมได้กำหนดมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากอาคาร โดยกำหนดให้มีค่าน้ำมันและไขมันปนเปื้อนได้ไม่เกินเกณฑ์ที่กำหนด (เช่น ไม่เกิน 20–50 มิลลิกรัมต่อลิตร สำหรับอาคารบางประเภท) หากปล่อยน้ำเสียที่มีไขมันสูงเกินมาตรฐาน อาจได้รับโทษตามกฎหมายได้ วิธีจัดการและดูแลถังดักไขมันอย่างถูกวิธี
ข่าวดีก็คือ เราสามารถป้องกันปัญหา Oil & Grease ได้ตั้งแต่วิธีการใช้งานในชีวิตประจำวัน ดังนี้1. เช็ดคราบไขมันบนภาชนะก่อนล้าง
ก่อนนำกระทะหรือจานชามไปล้าง ให้ใช้กระดาษทิชชู่เช็ดคราบน้ำมันและซอสเข้มข้นออกไปทิ้งในถังขยะก่อนเสมอ เพื่อลดปริมาณไขมันที่จะไหลลงสู่ท่อระบายน้ำ 2. เข้าใจการทำงานของถังดักไขมัน (Grease Trap)
เนื่องจากน้ำมันและไขมันมีความถ่วงจำเพาะน้อยกว่าน้ำ จึงลอยตัวอยู่เหนือน้ำเสมอ ถังดักไขมันใช้หลักการนี้ โดยออกแบบให้ทางออกของน้ำจุ่มอยู่ใต้น้ำ (ต่ำกว่าชั้นไขมัน) ด้วยท่อรูปตัว T ทำให้น้ำใสไหลออกไปได้ ส่วนไขมันจะถูกกั้นสะสมไว้ด้านบนเพื่อให้เราตักไปทิ้งได้ง่าย
3. หมั่นตักไขมันทิ้งและทำความสะอาดตามรอบ
ตักเศษอาหาร: ควรถอดตะกร้าดักเศษอาหารออกมาทิ้งทุกวันตักคราบไขมัน: ควรตักคราบไขมันที่ลอยอยู่บนผิวน้ำทิ้งอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1 ครั้งล้างถังดักไขมัน: ควรล้างทำความสะอาดถังดักไขมันแบบจัดเต็มทุกๆ 1–3 เดือน เพื่อป้องกันกลิ่นเหม็นสะสม สรุป
การไม่เทน้ำมันลงท่อโดยตรง และการใช้งานถังดักไขมันอย่างถูกวิธี เป็นขั้นตอนง่ายๆ ที่ช่วยป้องกันปัญหาท่ออุดตัน กลิ่นเหม็น และช่วยปกป้องสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน หากคุณกำลังมองหาอุปกรณ์สำหรับระบบบำบัดน้ำเสีย ปั๊มเคมี หรือเครื่องมือวัดคุณภาพน้ำ สามารถเลือกชมรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ >> ศูนย์รวมอุปกรณ์ระบบน้ำและปั๊มอุตสาหกรรม CMP Thai ได้เลย <<


